ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

149746 กระทู้ ใน 4436 หัวข้อ- โดย 847 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: axlrose

28 พฤษภาคม 2024 | 08:46:34 AM
Thai Progressive Rock CommunityThaiProgKeep Talkingใครชอบ Mike Oldfield กันบ้าง ยกมือขึ้น
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 22
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครชอบ Mike Oldfield กันบ้าง ยกมือขึ้น  (อ่าน 139767 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
.. polotoon ..
The Snow Goose
**********
กระทู้: 18602



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008 | 09:12:44 PM »


 
3. Ommadawn (1975)

Mike แก้ตัวด้วย LP ที่ผู้เขียนชื่นชอบมากที่สุด แม้จะมาฟอร์มเดียวกับ LP ชุดแรกแต่ก็ทำได้ยิ่งใหญ่ และฟังดูขลังกว่า ใน LP นี้ นอกจาก Sally แล้วก็มี Terry Oldfield มาร่วมเล่น Pan Pipe ให้ Mike เริ่มใช้นักดนตรีภายนอกมากขึ้น นอกจากนี้เขายังหันไปใช้ African Drums ซึ่งเล่นโดยนักดนตรีแอฟริกัน เนื่องจากเขาเริ่มเบื่อเสียงกลองธรรมชาติที่ฟังดูไม่มีชีวิตชีวา ผลก็คือ ผลงานดนตรีชั้นยอดซึ่งผู้ฟังสามารถจินตนาการไปได้ต่างๆ นานา แล้วแต่พื้นของผู้ฟังแต่ละคน
 
สำหรับผู้เขียนแล้ว ทุกครั้งที่ฟัง LP ชุดนี้ จะมองเห็นภาพนิยายปรัมปราที่มีพิธีบูชายัญในเวลากลางคืน ของพวกที่มีอารยธรรมล้าหลัง โดยเฉพาะท่อนที่มีเสียงร้องเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ (คิดว่า Muke คิดขึ้นเอง) ยิ่งทำให้เห็นภาพแม่มดกำลังทำพิธีไสยศาสตร์ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
LP ชุดนี้จบลงด้วย เพลงร้องที่น่ารักมากๆ ซึ่งตอนหลัง Mike แยกเพลงนี้ออกไปรวมไว้ใน LP รวมเพลงฮิตโดยตั้งชื่อให้ว่าเพลง On Horseback ซึ่งเพลงนี้ เมื่อได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Legend (ผู้เขียนได้ดู Version ที่ Tangerine Dream เป็นผู้ทำดนตรีประกอบซึ่งช่วยให้หนังน่ารักและเป็น Fantasy มากกว่า Version ที่ใช้ดนตรีประกอบของ Jerry Goldsmith ซี่งค่อนข้างเครียด) ก็ทำให้คิดถึงเพลงนี้ ว่ามันเหมาะกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาก
 
Ommadawn เป็น LP ที่รวบรวมอิทธิพลเกี่ยวกับอารยธรรมต่างๆ ทั้ง Celtic ยุโรปตะวันออก และแอฟริกา หลังจาก LP ชุดนี้ Mike ได้ปลีกตัวกลับไปนอนเล่นที่บ้านเพื่อทบทวนสิ่งที่เขาต้องประสบโดยไม่คาดฝันจนตั้งตัวไม่ติด นั่นคือการประสบความสำเร็จแบบทันทีทันใด





 
4. Boxed (1976)

ในช่วงที่ Mike ไม่ได้ผลิตงานใหม่ออกมา ก็มีการปล่อย LP ใส่กล่องชุดนี้ออกมาซึ่งมี 4 แผ่น โดย 3 แผ่นเป็นการนำเอาผลงาน 3 ชุดแรกมา mix สียงใหม่เพื่อดึงเอาส่วนที่สำคัญซึ่งถูกปิดบังอยู่เมื่อบันทึกเสียงครั้งแรกออกมา อีกแผ่นใช้ชื่อว่า Collaborations เป็นการรวบรวมผลงานปลีกย่อยที่ Mike ร่วมงานกับศิลปินอื่น เช่น David Bedford, Leslie Penninl และ Chris Cutler และเพลง Traditional ต่างๆ ที่ Mike นำมาเรียบเรียงใหม่ ให้ไพเราะและสนุกสนานยิ่งขึ้น
 





5. Incantations (1978)

Mike กลับมาใหม่ด้วย LP. คู่ที่ฟังดูสนุกสนานร่าเริงมากกว่าชุดก่อนๆ หลังจากการวางตลาดของ LP ชุดนี้ Mike สามารถเปิดการแสดง Concert ได้ด้วยความเชื่อมั่นซึ่งเขาเคยเป็นผู้ที่ตื่นเวทีมากๆ โดยเขาได้ใช้เวลาที่หายหน้าไป 2 ปีแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ
 
ใน LP ชุดนี้ Mike ยังเหมาเล่นเครื่องดนตรีหลายชิ้นตามเคย โดยมี David Bedford, Terry Oldfield และอีกหลายคนมาช่วยงาน เสียงร้องนำยังคงเป็น Sally ตามเดิม โดยมี Maddy Prior จากวง Folk ชื่อดัง Steeleye Span มาร่วมสมทบแทนคนเก่าที่เลิกราไป
 





Maddy Prior

ใน LP นี้มีท่อนเสียงร้องที่เด่นๆ อยู่ 2 ท่อน ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ แต่อาศัยฝีมือการร้องของนักร้องโดยเฉพาะ Maddy Prior ร้องให้ฟังดูเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ที่คล้ายภาษาอังกฤษ ที่ผู้เขียนเชื่อเช่นนี้เพราะว่ามี LP เดี่ยวของ Maddy Prior อยู่ ซึ่งแถมเนื้อร้องมาให้ด้วย ปรากฏว่ามีหลายเพลงที่ถ้าไม่ดูเนื้อร้องไปด้วย จะไม่รู้เลยว่าเธอร้องว่าอะไร หรือแม้จะดูเนื้อร้องไปด้วย ก็ต้องทึ่งในความสามารถผันเสียงของเธอ เพราะเธอมีความสามารถในการร้องเพลงภาษาอังกฤษให้ฟังดูเป็นภาษาอื่นได้
 
ผู้เขียนเคยนำเพลง Incantations ไปเปิดให้เพื่อนฝรั่งหลายคนฟัง ทุกคนพูดตรงกันว่า "เนื้อร้องมันคล้ายภาษาอังกฤษมาก แต่ฟังไม่ออกว่าร้องว่าอะไร มีบางคำที่พอจะจับได้แต่ก็น้อยมาก" ก็ถือว่าเป็นความสามารถของ  Maddy ละครับรวมทั้ง Mike ด้วย ที่ชอบทำเพลงที่มีท่อนร้องที่เป็นภาษาประหลาด ทั้งในแผ่น Ommadawn และแผ่นที่ตามมา นับว่า Mike หูตาไวที่ไปเลือก Maddy มาร้องเพลงที่มีเนื้อร้องภาษาอังกฤษ ให้เป็นภาษาอื่นที่ฟังไม่ออก
 
ในเรื่องนี้จะปรากฏให้เห็นชัด ในแผ่นแสดงสดชุดที่จะกล่าวถึงต่อไปซึ่งมีเพลง Incantations ที่ Maddy เป็นคนร้องนำ โดยไม่มี Sally ร่วมด้วยซึ่งทำให้เห็นชัดว่า ฝีมือการร้องนำที่แท้จริงในเพลงนี้คือใคร ชุดนี้เป็นชุดสุดท้ายที่ Sally มาช่วยงาน Mike เนื่องจาก Sally หันไปออกผลงานในนามของตนเอง
 
ข้อสังเกตประการหนึ่งของ LP ของ Mike คือจะไม่มีการแถมเนื้อร้องให้ ในบรรดาผลงานทั้งหมดของ Mike มีการแถมเนื้อร้องให้เพียงเพลงเดียว คือเพลง Five Miles Out จาก LP ชุดเดียวกัน
บันทึกการเข้า

.. polotoon ..
The Snow Goose
**********
กระทู้: 18602



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008 | 09:13:04 PM »


 
6. Exposed (1979)

Mike นำลูกวงเกือบ 50 คน ออกทัวร์ยุโรปฤดูร้อน ซึ่งเป็นการนำเพลง Tubular Bells และ Incantations มาเล่นใหม่ให้กระชับ และมันแบบ Rock นอกจากนี้ยังมีเพลง Guilty ซึ่งเคยเป็นซิงเกิ้ลฮิตติดอันดับ เพลงนี้ให้บรรยากาศแบบ Disco ตามสมัยนิยม
 
ในเพลง Guilty ซึ่งเล่นขยายเพลงออกไปเล็กน้อย โดยการเพิ่มดนตรีบางท่อน ของ Tubular Bells เข้าไปในเพลงนี้อย่างกลมกลืน ซึ่งฟังเผินๆจะเหมือนกับเพลงใหม่ แต่ฟังดีๆจะพบว่า เพลง Guilty ก็คือการนำดนตรีบางท่อนของ Tubular Bells มาตัดต่อเรียบเรียงใหม่ แล้วเพิ่มเสียงร้องและเปลี่ยนจังหวะใหม่ให้ฟังดูเป็นเพลงใหม่ ผู้เขียนมีความรู้สึกอคติต่อเพลงนี้มากเพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความซ้ำซากจำเจ และการจมปลักอยู่กับ Tubular bells ของ Mike
 
อย่างไรก็ดี อาจถือได้ว่า Exposed เป็นหนึ่งในอัลบั้ม Rock ในรูปบันทึกการแสดงสด ที่ดีที่สุดชุดหนึ่งของโลก





 
7. Platinum (1979)

ในชุดนี้เพลงในหน้า A ค่อนข้างไปทาง Rock มากผิดกับชุดก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยมีการนำเพลง North Star ของ Philip Glass ซึ่งแต่งไว้ในแนว Minimalist มาเรียบเรียงใหม่ ให้มีจังหวะชวนเต้นรำ ในหน้า B เป็นเพลงสั้นๆหลายแนวซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Mike เริ่มหันมาทำ LP เพลงสั้นๆ ที่ยาวไม่เกินเพลงละ 5 นาที เนื่องจากปกติ Mike จะทำแต่เพลงที่มีความยาว 40 นาทีขึ้นไป อีกเพลงหนึ่งที่ Mike เอาของคนอื่นมาคือ I Got Rhythm ของ George Gershwin ซึ่งร้องนำโดย Wendy Roberts
 
การที่ Mike นำเพลงของคนอื่นมาเล่น ก็เป็นเพียงการแสดงการคารวะต่อศิลปินที่บ้าพอๆ กัน ในการทำเพลงแปลกๆ ที่สวนทางกับความนิยม และความยึดมั่นในสมัยของตน





 
8. Q.E. 2 (1980)

Mike สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนเพลงโดยการเลิกทำเพลงที่มีความยาวอย่างน้อยๆ 1 หน้าแผ่นเสียง ในชุดนี้เพลงที่ยาวที่สุดก็เพียง 10 นาทีคือ Taurus 1 ซึ่งเป็นภาคแรกของไตรภาค






Maggie Riley
 
เพลงที่เด่นที่สุดคือเพลง Sheba ซึ่งร้องนำโดย Maggie Riley นักร้องนำคนใหม่ที่ Mike พยายามหามาให้ได้เสียงร้องนำที่พอจะเทียบเคียงกับ Sally ได้ เพลงนี้มีความไพเราะที่ Mike คิดภาษาใหม่ขึ้นมาเอง ซึ่งไปได้ดีกับเสียงดนตรีที่ไม่ซับซ้อนเกินไป
 
เพลงที่มาแปลกมากคือ Arrival ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงเพลงเดียวที่ ABBA มีโดย Mike นำมาเรียบเรียงใหม่ ในจังหวะที่น่ารัก และสนุกสนาน
 
เมื่อพูดโดยรวมทั้ง LP พบว่า Mike ยังสับสนว่าจะเอายังไงดี อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก LP ชุด Platinum เพลงใน LP นี้ฟังได้เพลินดี ไม่เครียดและเด่นด้วยเสียงกลองแบบแผ่น Ommadawn





 
9. Airborn (1980)

LP กึ่งแสดงสด กึ่งรวมเพลงเอก  แผ่นที่เป็นบันทึกการแสดงสด เพลงนึงเป็น Tubular Bells (Part 1) ซึ่งก็เล่นต่างไปจากในชุด Exposed สำหรับเพลงนี้ Mike สามารถ Improvise ไปได้หลายแบบ ใน      วีดีโอชุด The Essential Mike Oldfield ก็มีการเล่นเพลงนี้ไปอีกแบบหนึ่ง ส่วนอีกเพลงเป็น Incantations ที่เอาท่อนที่เล่น Live มาตัดต่อผสมกับท่อนที่เป็น Studio ซึ่งฟังแล้วแยกไม่ออกว่ารอยต่ออยู่ตรงไหน
บันทึกการเข้า

.. polotoon ..
The Snow Goose
**********
กระทู้: 18602



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008 | 09:13:20 PM »


 
10. Five Miles Out (1982)

แผ่นนี้  Maggie Riley มีบทบาทค่อนข้างมาก ในการช่วยให้ Mike บรรลุเป้าหมายในการนำเสนอดนตรีที่มีลักษณะเป็นเพลงมากขึ้น โดยเฉพาะเพลง Family Man ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการทำเพลง Pop ของ Mike
 
ในแผ่นนี้ Mike กลับไปทำเพลงที่มีความยาว 1 หน้าแผ่นเสียงอีกครั้ง คือเพลง Taurus II ซึ่งมีหลายลีลา แต่ท่อนที่เด่นที่สุดหรือ Climax ของเพลงนี้คือ ท่อนที่ Maggie ร้องภาษาประหลาด ในตอนค่อนไปทางท้ายของเพลง ทุกครั้งที่ผู้เขียนฟังเพลงนี้ จะมีความรู้สึกว่า เมื่อไรจึงจะถึงท่อนร้องตอนท้ายนี่ซะที เมื่อดนตรีเริ่มเปลี่ยนจังหวะนำก่อนเข้าท่อนร้อง ก็จะรู้ทันทีว่าสิ่งที่กำลังรอคอยกำลังมาถึงแล้ว ซึ่งก็คุ้มค่าแห่งการรอคอยทุกครั้ง เพลง Taurus II นี้นับได้ว่า เป็นสุดยอดของไตรภาค Taurus ทั้งหมดทีเดียว





 
11. Crises (1983)

LP ชุดนี้เป็น LP ที่ขายดีที่สุดตั้งแต่ Tubular Bells เป็นต้นมา เพลงฮิตในแผ่นนี้ติดอันดับทั่วโลก แผ่นนี้นอกจากจะมี Maggie ร้องนำแล้ว ยังมีนักร้องมาช่วยสมทบอีกคนละเพลง คือ Roger Chapman อดีตนักร้องนำวง Family ซึ่งแตกแยกกันไปกว่า 10 ปีแล้ว มาแผดเสียง แบบเจ็บปวดในเพลง Shadows on the Wall และ Jon Anderson ในเพลง In High Places
 
นอกจากนี้ยังมีการเล่นกีตาร์มันๆ ในเพลง Taurus 3 ซึ่งเป็นการปิดไตรภาคของเพลงนี้ เพลง Crises ซึ่งเล่นเต็มหน้า A ยังคงลักษณะการเปลี่ยนจังหวะแบบกะทันหันไว้เช่นเดิม เพลงนี้ Mike ร้องนำเอง ซึ่งลักษณะการร้องแบบค่อนข้างซับซ้อน ในเพลงนี้คล้ายกับที่ Mike ร้อง ในเพลง Five Miles Out มาก





 
12. Discovery (1984)

LP นี้ Mike ได้นักร้องชาย Barry Palmer (อดีต Triumvirat) มาช่วยสมทบอีกคน พวกเพลงสั้นๆ ก็คล้ายในแผ่น Crises ส่วนเพลงยาวที่สุดก็เพียง 12 นาที ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงออกไปทาง New Age สำหรับเพลงสั้นๆ 7 เพลง เป็นการขยายแนว Rock และ Folk ที่ Mike ได้วางพื้นไว้ในแผ่น Crises





 
13. The Killing Fields (1984)

ผู้เขียนซื้อ LP ชุดนี้เพราะติดใจดนตรี หลังจากดูหนังจบแล้ว Mike เพิ่งจะได้แต่งเพลงประกอบหนังสมใจ หลังจากฝันมานานนับตั้งแต่ Tubular Bells ถูกนำไปใช้ใน The Exorcist
 
เพลงในแผ่นนี้มีกลิ่นไอของดนตรีเอเชียตะวันออก ซึ่งแสดงออกมาโดยการใช้ Synthesizer และการเรียบเรียงดนตรีแบบ Orchestra





 
14. The Complete (1985)

LP คู่รวมเพลงเอก ตั้งแต่สมัยต้นจนปัจจุบัน เพลงที่ยาวก็ถูกตัดมาแต่ตอนที่เด่นจริงๆ  ในหน้าสุดท้ายเป็นการบันทึกการแสดงสด ที่บันทึกเสียงแย่มาก พอๆ กับเพลงอื่นๆ ในแผ่นนี้
 
นอกจากนี้ Mike ยังมี LP รวมเพลงเอกที่ออกในโอกาสต่างๆ หรือออกเฉพาะประเทศเช่น Music Wonderland และ Impression ฯลฯ เป็นที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งของ Mike คือแผ่นแสดงสด และรวมเพลงเอกทุกแผ่นจะมีเพลง Tubular Bells ไม่ยาวก็สั้น
 
นับตั้งแต่ The Killing Fields  Mike ก็ไม่มี LP ใหม่ออกมาอีกเลย มีแต่ Single เพลง Pictures In The Dark ซึ่งมีนักร้องหญิงคนใหม่มาแทน Maggie  แต่ยังไม่แน่ว่าถาวรแค่ไหน และ Single ล่าสุด Shine ซึ่งร้องนำโดย Jon Anderson
 
ก็ขอจบเรื่องของ Mike ด้วยคำจำกัดความสั้นๆ สำหรับ Mike Oldfield ที่ว่า Mike Oldfield กับ Tubular Bells เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ออก









End.
บันทึกการเข้า

TRON
The Snow Goose
**********
เพศ: ชาย
กระทู้: 12866



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 23 มีนาคม 2008 | 09:30:21 PM »

คุณ polotoon เขียนดีมาก ๆ ครับ หนังเรื่อง The Killing Field มาถ่ายทำตรงข้ามบ้านผมด้วย แถวสีลมใกล้ ๆ บางรัก

เท่าที่ทราบนักร้องสาวที่ร้อง Pictures in The Dark ชื่อ Anita Hegerland เป็นแฟนกับ Mike (ปัจจุบันเลิกกันไปนานแล้ว) ซึ่งเป็นคนทีร้องเพลง Innocent (ผมชอบเพลงนี้มาก ๆ) ในอัลบั้ม Earth Moving ซึ่ง Mike แต่งให้ลูกสาวที่เกิดกับนักร้องคนนี้  จะเห็นลูกสาวของ Mike เดินเตาะ แตะใน  MV เพลงนี้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม 2008 | 09:56:01 PM โดย Sith » บันทึกการเข้า
.. polotoon ..
The Snow Goose
**********
กระทู้: 18602



ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008 | 12:24:05 AM »

พี่ panyarak เขียนต่างหากครับ    ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

panyarak
The Snow Goose
**********
กระทู้: 9716



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008 | 06:17:53 AM »

สมาชิกที่ไปร่วมงานมีตติ้งคนนึงถามผมว่า ทำไมปกชุด Ommadawn ที่เป็นแผ่น EU ที่เพิ่งซื้อมาถึงสีซีดจัง เป็นของปลอมหรือเปล่า ก็ขอตอบว่า เป็นเรื่องปกติครับ บางทีแผ่นที่ญี่ปุ่นไปทำ remaster หรือ mini lp cd ปกสีซีดกว่าต้นฉบับเดิม หรือสีเพี้ยนไปหลายดีกรี ก็มีบ่อยๆ ครับ ดูที่ตัวแผ่นว่าไม่ใช่ Made in Thailand ก็พอแล้วครับ นอกจากนี้ ปกที่สีซีดต้องลองเทียบกับปกในล็อตเดียวกันด้วย เพราะบางทีร้านวางไว้ในจุดที่ถูกแสงนีออนนานๆ ก็ซีดได้ครับ บางร้านแผ่นโดนแดดส่องเข้ามา แม้ว่า เป็นเวลาไม่นานใน 1 วัน แต่ถ้าโดนทุกวันๆ ละ 10 นาที ก็ซีดแล้วครับ
บันทึกการเข้า

kongbei
Administrator
The Snow Goose
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 6534


ขงปี่

pink_floyd@thaiprog.net
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008 | 09:56:38 AM »

สมาชิกที่ไปร่วมงานมีตติ้งคนนึงถามผมว่า ทำไมปกชุด Ommadawn ที่เป็นแผ่น EU ที่เพิ่งซื้อมาถึงสีซีดจัง เป็นของปลอมหรือเปล่า ก็ขอตอบว่า เป็นเรื่องปกติครับ บางทีแผ่นที่ญี่ปุ่นไปทำ remaster หรือ mini lp cd ปกสีซีดกว่าต้นฉบับเดิม หรือสีเพี้ยนไปหลายดีกรี ก็มีบ่อยๆ ครับ ดูที่ตัวแผ่นว่าไม่ใช่ Made in Thailand ก็พอแล้วครับ นอกจากนี้ ปกที่สีซีดต้องลองเทียบกับปกในล็อตเดียวกันด้วย เพราะบางทีร้านวางไว้ในจุดที่ถูกแสงนีออนนานๆ ก็ซีดได้ครับ บางร้านแผ่นโดนแดดส่องเข้ามา แม้ว่า เป็นเวลาไม่นานใน 1 วัน แต่ถ้าโดนทุกวันๆ ละ 10 นาที ก็ซีดแล้วครับ

ใช่ครับ ผมเข้าไปดูใน Amazon ปกชุดนี้มีหลากสีสันมาก แถมมีแบบรีมาสเตอร์ปี 2007 อีก สีสดมาก
บันทึกการเข้า
kongbei
Administrator
The Snow Goose
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 6534


ขงปี่

pink_floyd@thaiprog.net
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008 | 10:14:12 PM »

คุณ polotoon เขียนดีมาก ๆ ครับ หนังเรื่อง The Killing Field มาถ่ายทำตรงข้ามบ้านผมด้วย แถวสีลมใกล้ ๆ บางรัก


พระปฐมเจดีย์ด้วยรึเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
TRON
The Snow Goose
**********
เพศ: ชาย
กระทู้: 12866



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008 | 10:21:06 PM »

ไม่แน่ใจครับ ต้องหาดีวีดีมาดู รู้แต่ที่ถ่ายแถวบ้านเพราะไปยืนดูด้วยตอนฉากระเบิดมีควันอะไรนี่แหละ มีรถถังมาด้วย
บันทึกการเข้า
kongbei
Administrator
The Snow Goose
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 6534


ขงปี่

pink_floyd@thaiprog.net
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 24 มีนาคม 2008 | 10:24:06 PM »

ไม่แน่ใจครับ ต้องหาดีวีดีมาดู รู้แต่ที่ถ่ายแถวบ้านเพราะไปยืนดูด้วยตอนฉากระเบิดมีควันอะไรนี่แหละ มีรถถังมาด้วย

เจอไมค์ปะครับ ฮ่าๆๆ
บันทึกการเข้า
winston
The Dark Side of the Moon
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 1016


Imagine there's no stairway to heaven


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: 28 มีนาคม 2008 | 09:16:19 PM »

Mike Oldfield ทำให้ผมได้รู้จักกับ George Gershwin ผ่่านเพลง I Got Rhythm ที่ไมค์นำมา cover ใน Platinum ครับ
บันทึกการเข้า

Facebook group สำหรับคนรักเพลงทุกรูปแบบ.....

http://tinyurl.com/allmusiclovers
kongbei
Administrator
The Snow Goose
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 6534


ขงปี่

pink_floyd@thaiprog.net
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 28 มีนาคม 2008 | 09:20:23 PM »

Mike Oldfield ทำให้ผมได้รู้จักกับ George Gershwin ผ่่านเพลง I Got Rhythm ที่ไมค์นำมา cover ใน Platinum ครับ

George Gershwin ตายเร็วมากเลยครับ  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
winston
The Dark Side of the Moon
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 1016


Imagine there's no stairway to heaven


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: 28 มีนาคม 2008 | 09:22:05 PM »

37 เองมั้ง ถ้าใครไม่เคยฟังงานของท่าน แนะนำสองอัลบั้มนี้

The Gershwin Connection โดย Dave Grusin และเพื่อน
Glory Of Gershwin หลากหลายศิลปิน โปรดิวซ์โดย George Martin
บันทึกการเข้า

Facebook group สำหรับคนรักเพลงทุกรูปแบบ.....

http://tinyurl.com/allmusiclovers
kongbei
Administrator
The Snow Goose
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 6534


ขงปี่

pink_floyd@thaiprog.net
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 28 มีนาคม 2008 | 09:23:32 PM »

ชุดล่าสุด ผมฟังแล้วถึงขนาดต้องอุทานว่า อะไรวะ !
บันทึกการเข้า
ǝɹoɔǝsıɐuuoʎɐɯʎɹbuɐ
The Snow Goose
**********
เพศ: ชาย
กระทู้: 8547


nagoya_mega_snake@windowslive.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: 28 มีนาคม 2008 | 09:31:33 PM »

ชุดล่าสุด ผมฟังแล้วถึงขนาดต้องอุทานว่า อะไรวะ !

เป็นดนตรีคลาสสิคก็จริง แต่ทำออกมาฟังดูทื่อๆ ไม่เพราะจับใจครับ
บันทึกการเข้า


Stay cheap, praise the explicit, embrace the scuzz, be true to art and yourself, eat shit, keep music evil.
lilivm's self-indulgence: https://rateyourmusic.com/~potatahtapapoh
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 22
พิมพ์
กระโดดไป:  

ThaiProg.net Ver 4.0 by tisanai,Shineon,kongbei
Top 10 Best Sellers in Kindle eBooks Reviewer 2016 Top 10 Best Sellers In Automotive Parts And Accessories Reviewer 2016 Top 10 Best Sellers in Tools and Home Improvement Under $10, Reviewer 2016
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery